|
แพทริก เชนซอน
ผู้ดูแลทีมนักพัฒนาเว็บระบบเปิดของกูเกิล แสดงวิสัยทัศน์ในงาน Google DevFest ซึ่งกูเกิลเรียกรวมพล
นักพัฒนาในประเทศไทยครั้งแรก เมื่อวันที่ 31 ตุลาคมที่ผ่านมาบอกว่า“ใบเซอร์ฯ” หรือ Certificate
ประกาศนียบัตรของบริษัทไอทียักษ์ใหญ่ที่นักพัฒนาต้องคว้ามาเป็นเครื่องประกันว่ามีความรู้ในเทคโนโลยี
จริงๆ นั้น ไม่ได้มีความสำคัญเลยในสังคมระบบเปิด กูเกิลจึงไม่เคยคิดที่จะออกใบเซอร์ฯ เทคโนโลยี
ของกูเกิลให้ใครเพราะมั่นใจว่าถ้าเทคโนโลยีนี้เป็นเรื่องดี นักพัฒนาทุกคนก็ย่อมรู้และศึกษาเทคโนโลยีนี้
อยู่แล้ว
แพทริก เชนซอน ผู้สนับสนุนนักพัฒนาของกูเกิลสำนักงานใหญ่ให้เหตุผลที่กูเกิล ไม่มีแผนออก
ประกาศนียบัตรแก่นักพัฒนาเทคโนโลยีเว็บระบบเปิด(Open Web Technology)อีกว่าการใช้งานOpen Web
ที่ขณะนี้อยู่ในรูปแบบชุมชนซึ่งพัฒนาร่วมกัน นั้นดีกว่าการใช้งานในรูปแบบเซ็นสัญญา
“กูเกิลไม่มีแผนออกCertificate เทคโนโลยีOpen Web ของกูเกิลเทคโนโลยีนี้ยังเป็นเรื่องใหม่เพิ่ง
เกิดขึ้นเมื่อ 2 ปีที่แล้ว เชื่อว่าจะยังพัฒนาต่อเนื่องไปอีกหลายปีตอนนี้มีการใช้งานเป็น relationship ซึ่ง
ผมมองว่าดีกว่าถ้านักพัฒนาเข้ามาร่วมกันกับชุมชน สำหรับการนำ Open Web ไปใช้งานกับองค์กรธุรกิจ
ก็ไม่จำเป็นต้องมีCertificate เพราะถ้าเทคโนโลยีเป็นเรื่องดีทุกคนก็ยอมรับอยู่แล้ว”
ที่ผ่านมา Certificate เป็นสิ่งจำเป็นมากสำหรับคนไอทีที่ต้องการให้บริการองค์กรธุรกิจเพราะ Certificate
เป็นเหมือนปริญญาที่นักพัฒนาต้องเสียเงินไปสอบเพื่อให้บริษัทไอทีเจ้าของเทคโนโลยีรับรองว่ามีความรู้
ในเทคโนโลยีนั้นมากพอตามมาตรฐาน เชื่อว่าสิ่งที่แพทริกเอ่ยมาจะเป็นทิศทางการเปลี่ยนแปลงโลกของ
นักพัฒนาในอนาคตสำหรับ Open Web ที่แพทริก กล่าวถึงนั้นเป็นภาพใหญ่ของเทคโนโลยีเว็บระบบเปิดที่
กูเกิลเป็นแกนนำผลักดันเพื่อจุดประสงค์ “คนใช้เน็ตสูงขึ้น” กูเกิลบอกว่า เว็บระบบเปิดที่จะทำให้นักพัฒนา
เขียนโปรแกรมครั้งเดียวแต่สามารถนำไปใช้งานบนเว็บไซต์ที่หลากหลายจะนำไปสู่เว็บแอปพลิเคชันที่ดีขึ้น
ผู้ใช้ก็จะเพิ่มจำนวนจนส่งให้การใช้ประโยชน์บนอินเทอร์เน็ต เพิ่มตาม ช่องทางการทำรายได้บนอินเทอร์เน็ต
ก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย
เทคโนโลยี Open Web พื้นฐานที่กูเกิลมองว่าจำเป็นต่อการจุดประกายนักพัฒนา ได้แก่
1.OpenSocial ชุด API มาตรฐานกลางสำหรับแอปพลิเคชันบนเว็บไซต์เครือข่ายสังคม
2.Maps&Geo ชุด API กลางสำหรับแอปพลิเคชันด้านภูมิศาสตร์
3.App Engine บริการที่เปิดให้นักพัฒนาสร้างเว็บแอปพลิเคชันเพื่อทำงานบนอินฟราสตรักเจอร์
ของกูเกิล กูเกิลจึงเปิดการอบรมเทคโนโลยีทั้ง 3 แก่นักพัฒนาในประเทศไทยจำนวน 350 คนในชื่องาน
Google DevFest ร่วมกับชุมชนนักพัฒนาไทย “บาร์แคมป์กรุงเทพ” จัดเวิร์กชอปเพื่อให้นักพัฒนาสร้าง
แอปพลิเคชันสำหรับสังคมออนไลน์บนแพลตฟอร์ม eXo Platform, Friendster,Hi5 และ iGoogleด้วยการ
เขียนโปรแกรมในครั้งเดียว กูเกิล บอกว่า มองเห็นโอกาสเติบโตในประเทศไทย จุดนี้กูเกิลเชื่อว่านักพัฒนา
เกือบทั้งหมดของไทยจำนวนกว่า 324,000 คน ซึ่งมากที่สุดในอาเซียน จะให้ความสนใจเทคโนโลยี
Open Web กูเกิลบอก ด้วยว่าไม่ได้เน้นเฉพาะนักพัฒนาไทยแต่ให้ความสำคัญกับทั้งภูมิภาคซึ่งปี 2010
อาเซียนอาจจะมีนักพัฒนาเทคโนโลยี Open Web มากกว่าญี่ปุ่น เกาหลีใต้ หรือจีนก็เป็นได้
กูเกิลบอกด้วยว่า แอปพลิเคชันสำหรับชุมชนออนไลน์ไทยที่ดีที่สุดน่าจะเป็นฝีมือการพัฒนาของ
คนไทย ขณะเดียวกันก็ต้องการเข้าถึงกลุ่มนักพัฒนาโดยตรง จึงจัดงาน DevFest โดยร่วมมือกับบาร์แคมป์
กรุงเทพแทนการร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ และการจัดงานที่ไทยก่อนเวียดนามไม่ได้เป็นไปตามลำดับ
ความสำคัญ แต่ขึ้นอยู่กับการเดินทาง
พรทิพย์ กองชุน ผู้จัดการฝ่ายพัฒนากลยุทธ์พันธมิตร กูเกิลสำนักงานสิงคโปร์ บอกว่าประโยชน์
ที่กูเกิลจะได้จากการจัดงานครั้งนี้ คือ การโปรโมตให้นักพัฒนาทราบและหันมาใช้แพลตฟอร์มเปิดกัน
มากขึ้น ไม่มีจุดประสงค์เรื่องธุรกิจ ยังไม่ได้วางแผนเรื่องการจัดงานครั้งต่อไป โดยยืนยันว่ามองเฉพาะ
ในส่วนการพัฒนาแอปพลิเคชันไม่ได้คลุมถึงส่วนการใช้งาน
จึงยังไม่มีความเห็นว่าพฤติกรรมการใช้งานสังคมออนไลน์ของวัยรุ่นไทยจะมีผลกระทบต่อ
การขยายตัวของตลาดเว็บแอปพลิเคชันในเมืองไทยหรือไม่ แม้วัยรุ่นไทยส่วนใหญ่จะนิยมเพียงโพสต์รูป
และแชตกันโดยไม่ได้ใช้แอปพลิเคชันมากมายเหมือนในประเทศอื่น
แอปพลิเคชันเทคโนโลยี OpenSocial สำหรับเว็บเครือข่ายสังคมอย่าง Friendster และ Hi5 รวมถึง
iGoogle ไม่ได้เน้นออกแบบมาสำหรับผู้บริโภค ในรูปเกม แอปพลิเคชันด้านเพลง ภาพหรือวิดีโอเท่านั้น
แต่ยังมีแพลตฟอร์มอย่าง eXo Platform ที่เน้นการพัฒนาแอปพลิเคชันชุมชนออนไลน์สำหรับลูกค้า
องค์กรรวมอยู่ด้วย แพลตฟอร์มสัญชาติฝรั่งเศสรายนี้ตั้งสำนักงานใหญ่ที่เวียดนามแล้ว โดยมองว่า
ทรัพยากรโอเพนซอร์สของเวียดนามเหนือกว่าประเทศใดในอาเซียน มีแผนจะหาพันธมิตรและผู้ให้บริการ
ไอทีเพื่อบุกตลาดองค์กรธุรกิจไทยด้วย
อีกสิ่งที่น่าสนใจในงานนี้คือ ผู้บริหารเว็บไซต์รายใหญ่อย่างสนุกดอตคอม กระปุกดอตคอมตบเท้า
เข้าร่วมงานนี้ด้วย เท่ากับมีโอกาสเป็นไปได้สูงที่เว็บไซต์เหล่านี้จะร่วมเป็นหนึ่งในพันธมิตร OpenWeb
ตามทิศทางที่กูเกิลวางไว้ จากการพูดคุยพบว่าผู้ประกอบการเว็บไทยไม่ได้สนใจเฉพาะ OpenSocial
อย่างเดียว แต่มองว่าแอปพลิเคชันด้านแผนที่ก็มีโอกาสเติบโตสูงในตลาดธุรกิจของไทย ขณะเดียวกัน
ก็เชื่อว่าหาก 3G ในประเทศไทยเกิด ตลาดตรงนี้จะยิ่งเติบโตอย่างรวดเร็ว
งานนี้กูเกิลไม่ให้ความเห็นเรื่องความคืบหน้าในการพัฒนาแอปพลิเคชันแพลตฟอร์มแอนดรอยด์หรือแผนงาน
ภาพรวมของกูเกิลในอนาคต
แพทริกทิ้งท้ายโดยเชิญชวนนักพัฒนาไทยให้เข้าร่วมประกวด Gadget สำหรับOpenSocial
ซึ่งจะมีการแจกรางวัลใหญ่เป็นเครื่องเกมวี (Wii) บอกว่าจะรอชมผลงานจาก นักพัฒนาไทยโดย
งานนี้ประทับใจนักพัฒนาไทยมากที่มีการร่วมมือในรูปแบบชุมชนที่เหนียวแน่น
ที่มา ผู้จัดการออนไลน์
|